หูอื้อเป็นปัญหาสุขภาพที่ดูเหมือนเล็กน้อยแต่แท้จริงแล้วอันตรายกว่าที่คิด หลายคนมักมองข้ามภาวะหูอื้อโดยคิดว่าเป็นแค่อาการปวดหูชั่วคราว แต่หากปล่อยปละละเลยอาจนำไปสู่ผลร้ายแรงต่อสุขภาพได้ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกับภาวะหูอื้อ สาเหตุ อาการ และความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้
หูอื้อหรือภาวะหูอื้อแทรกซ้อน เกิดจากการอักเสบของกระดูกหนังศีรษะส่วนนอกท่อหูภายนอก สาเหตุมักมาจากการสะสมของขี้หูหรือการใช้วัสดุคม เช่น ไม้จิ้มหูบาดผิวหนังภายในท่อหู เปิดโอกาสให้เชื้อโรคแบคทีเรียและรา เข้าไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ง่าย
อาการหลักของภาวะหูอื้อ คือ ปวดหูรุนแรงจนไม่สามารถยกแก้วน้ำหรือเคี้ยวอาหารได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจพบอาการอื่นๆ เช่น ท่อหูบวมแดง มีหนองหรือน้ำเหลืองไหลออกจากรูหู และหากเป็นการติดเชื้อรุนแรงอาจทำให้มีไข้สูงร่วมด้วย
อาการของภาวะหูอื้อคืออะไรบ้าง
- มีอาการปวดหูรุนแรงเมื่อดึงหูหรือเคี้ยวอาหาร
- ท่อหูภายนอกบวมแดง
- มีหนองหรือน้ำเหลืองไหลออกจากรูหู
- หากมีการติดเชื้อรุนแรงอาจทำให้มีไข้ได้
ภาวะหูอื้อสมควรได้รับการรักษาอย่างจริงจัง เพราะหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รับการรักษา อาการอาจลุกลามร้ายแรงขึ้น ทำให้เกิดการบวมที่กระดูกหูได้ โดยอาจเป็นการบวมที่กระดูกหูส่วนนอก หรือหนักกว่านั้นคือการบวมต่อมุมการกระดูกสันหลังหรือบริเวณกระดูกคานบางส่วนอันอาจนำไปสู่ปัญหาทางสมองได้ นอกจากนี้หากเชื้อโรคลามไปยังกระแสเลือด ก็จะกลายเป็นอันตรายถึงชีวิต
แม้หูอื้อไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง แต่หากปล่อยปละละเลยจนลุกลามกลายเป็นภาวะแทรกซ้อนก็อาจทำให้สูญเสียการได้ยิน หรือเสียชีวิตได้หากมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ดังนั้นหากพบอาการหูอื้อจึงไม่ควรรักษาเองด้วยวิธีการต่างๆ แต่ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและได้รับยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่งเพื่อควบคุมไม่ให้การติดเชื้อลุกลามมากขึ้น
หูอื้ออาจดูเหมือนปัญหาเล็กน้อย แต่หากรักษาไม่ถูกวิธีก็อันตรายกว่าที่คิด อย่าประมาท หากมีอาการควรรีบปรึกษาแพทย์ก่อนสาย

